จังหวะในการเต้นกีฬาลีลาศ

ถ้าจะพูดถึงกีฬาที่เกี่ยวกับการเต้นแล้ว จะมองข้ามกีฬาลีลาศไปไม่ได้ ลีลาศเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์และเป็นที่รู้จักของคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนไทยนั่นจึงทำให้กีฬาลีลาเป็นที่รู้จักของแทบทุกคน

กีฬาลีลาศ คือ กีฬาชนิดเน้นความสวยงามในการเคลื่อนไหวของผู้เต้น ซึ่งผู้เต้นจะต้องเต้นตามจังหวะต่างๆให้ได้ กีฬาลีลาศมีต้นกำเนิดจากฝั่งตะวันตกในกลุ่มคนที่มีฐานะสูงที่นิยมเต้นรำเพื่อเป็นกิจกรรมสังสรรค์ในงานสังคม ซึ่งการเต้นลีลาศนั้นจะมีจังหวะที่แตกต่างกันตามต้นกำเนิด โดยมีจังหวะทั้งหมด ดังนี้

-ประเภท Standard 

  1. จังหวะ Tango (อ่านว่า แทงโก้)

เดิมมีชื่อว่าจังหวะ Milonga เป็นการเต้นที่จะนำมาใช้กันบ่อยๆในระครเล็ก แต่ต่อมาได้ค่อยๆแปลงและพัฒนาโดยกลุ่มคนที่มีฐานะจากประเทศบราซิล ทำให้กลายมาเป็นจังหวะแทงโก้ในปัจจุบัน

2.จังหวะ Waltz (อ่านว่า วอลซ์) 

มีต้นกำเนิดใน บอสตัน ประเทศอังกฤษช่วงปีราวๆ คศ.1910 ถึงช่วง 1914 หรือตรงกับช่วงปีพ.ศ. 2453 – พ.ศ. 2457 ของประเทศไทย การเต้นจังหวะวอลซ์เป็นที่นิยมในบอสตันคลับ ถึงขนาดมีชื่อเรียกการเต้นจังหวะนี้ว่า Boston Waltz

3.จังหวะ Quick Waltz หรือเรียกอีกชื่อว่า Viennese Waltz มีต้นกำเนิดจากทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี จังหวะ Quick Waltz ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายมาก เพราะต้องใช้ความว่องไวในการเต้นถึง 60 บาร์ต่อนาที มีท่าทางการเต้นแบบอิสระ แต่ต้องรักษาจังหวะการเต้นอย่างต่อเนื่อง 

  1. จังหวะ Foxtrot (ฟอกซ์ทรอต)

เริ่มต้นเดิมทีจากแทบฝั่งยุโรปก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งนักเต้นประกอบจังหวะนามว่า Harry Fox (แฮรี่ ฟอกซ์) เป็น
ผู้คิดค้น ต่อมาปี ค.ศ.1922 Frank Ford (แฟรงค์ ฟอร์ด) ได้เป็นผู้ดัดแปลงจังหวะดังกล่าวให้มีความทันสมัยขึ้น

5.จังหวะ Quick Step (อ่านว่า ควิกซ์สเตป)

ด้วยความที่จังหวะ Foxtrot มีความเร็วถึง 50 บาร์ต่อนาที ทำให้นักดนตรีเล่นได้ยาก จึงได้ดัดแปลงลดความเร็วของจังหวะลงและนำมาผสมผสานกับจังหวะใหม่ 

 

-ประเภท Latin American (อ่านว่า ลาตินอเมริกัน)

1.จังหวะ Samba (อ่านว่า แซมบ้า)

มีต้นกำเนิดจากชาวแอฟริกัน และถูกพัฒนาโดยชาวบราซิล เป็นจังหวะที่มักนิยมใช้ในการแข่งขันระดับโลก 

2.จังหวะ Rumba (อ่านว่า รุมบ้า)

มีต้นกำเนิดจากชาวแอฟริกัน และได้ถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศอเมริกา จึงได้มีการพัฒนาจังกวะดังกล่าวให้เป็นที่นิยมมากขึ้น

3.จังหวะ Mambo (อ่านว่า แมมโบ้)

เริ่มต้นมาจากในประเทศเฮติ เป็นการรวมเข้ากันระหว่างการเต้นแอฟริกันและคิวบัน จังหวะดังกล่าวเป็นที่นิยมในคิวบา และขายตัวไปจนถึงประเทศ เม็กซิโก โดยนักดนตรีชาวคิวบาชื่อว่า Perez Prado

4.จังหวะ Pasodoble (อ่านว่า ปาโซโดเบล)

มีจังหวะคล้ายเพลงมาร์ชของประเทศสเปน พัฒนาจากพิธีกรรมในการเดินลงสนามของนักสู้วัวกระทิง ในการเต้นนั้นผู้ชายจะเปรียบได้กับนักสู้วัวกระทิง ส่วนฝ่ายหญิงจะเปรียบเสมือนผ้าสีแดง ที่จะถูกสะบัดพลิ้วไหวไปตามการบังคับของฝ่ายชาย 

5.จังหวะ Cha Cha Cha (อ่านว่า ชะ ชะ ช่า) หรือชื่อเรียกในปัจจุบันจังหวะ Cha Cha (อ่านว่า ชาช่า)

มีต้นกำเนิดจากประเทศอเมริกา เป็นจังหวะที่ถูกพัฒนามาจากจังหวะ Mambo เกิดมาได้จากการสั่งเกตุเสียงรองเท้าขณะเต้นอยู่ ที่มีเสียงดังเป็นจังหวะขณะเต้น

6.จังหวะ Jive (อ่านว่า ไจว์ฟ)

มีต้นกำเนิดจากประเทศอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.1940 เป็นจังหวะใช้พลังในการเต้นสูงเพราะต้องเน้นการสะบัด การดีด และการเตะปลายเท้า ถูกดัดแปลงและพัฒนาจากดนตรีหลายจังหวะไม่ว่าจะเป็น ร็อกแอนด์โรล อเมริกันสวิง และแอฟริกัน เป็นต้น

และนี่ก็เป็นจังหวะทั้งหมดที่ใช้ในกีฬาลีลาศ ซึ่งทุกจังหวะในการเต้นลีลาศนั้นล้วนมีความสวยงาม ความสนุกสนานแตกต่างกันออกไป แต่ถึงอย่างไรแล้วนั้นสิ่งที่ผู้เต้นจะได้จากกีฬาลีลาศไม่ได้มีแค่ความบันเทิง แต่ยังได้เรื่องสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกายอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ ufabet

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn